10 กันยายน 2556

เด็กอ่อนวัย 3 เดือน


ลูกน้อยของคุณเริ่มให้ความสนใจสิ่งต่างๆ มากขึ้นและสามารถแสดงออกได้มากขึ้น จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่คุณจะกระตุ้นการเรียนรู้ของลูกค่ะ กล้ามเนื้อของลูกแข็งแรงขึ้นจึงคว้าจับสิ่งต่างๆ ได้ง่ายขึ้น คุณจะเห็นลูกเริ่มส่งเสียงในลำคอด้วยความสนุกตื่นเต้นและไขว่คว้าสิ่งของต่างๆ ถึงเวลานี้ลูกน้อยอาจจะยิ้มแบบสื่อความหมายได้แล้ว และมักจะทำให้คุณแม่ปลาบปลื้มใจทุกครั้งที่เห็น อย่าลืมนะคะว่าหากคุณมีคำถามหรือข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับลูกน้อย ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ดูเม็กซ์แคร์ไลน์พร้อมให้ความช่วยเหลือเสมอค่ะ  โดย จรัญญา-พยาบาลวิชาชีพ

ลูกน้อยยกศีรษะขึ้นได้แล้ว >> ลูกน้อยของคุณยืดตัวตรงได้เต็มที่แล้ว โดยสามารถยกศีรษะขึ้นในแนวเดียวกับลำตัว และเริ่มใช้แขนยันตัวขึ้นจากพื้น ลูกยังคงสนุกกับมือสองข้างของตัวเองและเริ่มเอื้อมคว้าสิ่งต่างๆ ใกล้มือ แม้ว่าบางครั้งจะยังไม่สามารถใช้มือจับสิ่งนั้นไว้ได้ก็ตามที

การให้นมทารก >> ลูกน้อยของคุณอาจดูเหมือนหิวบ่อยขึ้น แต่อย่าเพิ่งเริ่มต้นหย่านมในช่วงนี้เพราะการที่ลูกหิวบ่อยขึ้นอาจเนื่องมาจากลูกเข้าสู่ช่วงโตเร็วอีกครั้ง นมยังคงเป็นอาหารหลักที่ให้สารอาหารที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับลูกจนกว่าลูกจะอายุครบ 6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คุณแม่สามารถเริ่มหย่านมได้

การสื่อสาร >> ลูกน้อยเริ่มส่งเสียง “อืออา” เบาๆ เพื่อตอบรับเสียงที่ได้ยิน และอาจจะเริ่มออกเสียงพยัญชนะเช่น ป บ และ ม ซึ่งเป็นเสียงที่เกิดจากริมฝีปาก จึงไม่น่าแปลกใจที่ในเวลาต่อมา คำคำแรกที่ลูกพูดได้ก็คือคำว่า “แม่” และ “ป้อ” (พ่อ)

ลูกเริ่มพัฒนาประสาทสัมผัสต่างๆ มากขึ้น >> เสียงดังอาจทำให้ลูกผวาตกใจหรือร้องไห้ แต่เสียงแม่ที่คุ้นเคยช่วยปลอบโยนลูกได้ภายในเวลาไม่นาน! ลูกน้อยเริ่มสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัวและใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ ในการสำรวจเรียนรู้โลก

กระตุ้นร่างกายและจิตใจของลูกน้อย >> ในช่วงนี้เป็นเวลาเหมาะอย่างยิ่งที่คุณจะแขวนโมไบล์ไว้เหนือเปลลูกในระดับที่ลูกสามารถเอื้อมถึงได้พอดี สีสันอันสดใส เสียงรัวดัง และเสียงกรุ๋งกริ๋งจะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของทารกวัย 3 เดือนได้เป็นอย่างดี ทารกจะเริ่มไขว่คว้าเพื่อจับโมไบล์ให้เคลื่อนไหวและส่งเสียง อันเป็นการช่วยพัฒนาการทำงานอย่างสัมพันธ์กันระหว่างตากับมือ

คุณรู้หรือไม่ ??
การสัมผัสสามารถช่วยให้ลูกน้อยได้เรียนรู้เรื่องสำคัญ 3 เรื่องด้วยกันคือ ความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย การมีส่วนร่วมในโลกรอบๆ ตัว และการสัมผัสยังเป็นวิธีการที่คุณสามารถสื่อสารกับลูกได้และลูกก็ตอบสนองกลับมาได้ด้วย ดังนั้น ควรกอดลูกให้บ่อยๆ เข้าไว้

เด็กอ่อนวัย 2 เดือน


น่าดีใจที่ตอนนี้ลูกน้อยเริ่มจำคุณแม่ได้แล้วนะคะ ในวัย 2 เดือนนี้ เสียงของแม่มักจะเป็นเสียงที่ลูกน้อยจำได้และมีปฏิกิริยาตอบสนองด้วยมากที่สุด ส่วนคุณแม่เองก็เริ่มเรียนรู้ว่าลูกชอบและไม่ชอบอะไรบ้าง เพราะบุคลิกภาพของทารกจะเริ่มปรากฏให้เห็นชัดขึ้นและคุณแม่อาจจะสังเกตเห็นว่าลูกน้อยตื่นนานขึ้นด้วย ซึ่งทารกวัย 2 เดือนบางคนตื่นนานถึงวันละ 10 ชั่วโมงทีเดียว หากคุณแม่มีคำถามเรื่องใด สามารถสอบถามดูเม็กซ์แคร์ไลน์ได้เสมอค่ะ  โดย จรัญญา-พยาบาลวิชาชีพ

ลูกน้อยรู้จักคุณแม่แล้ว >> เมื่อถึงเวลานี้ ลูกน้อยจะเริ่มคุ้นเคยกับอ้อมกอดของแม่ และอาจส่งเสียงร้องถ้าคนที่อุ้มขึ้นมาไม่ใช่แม่ ลูกจะแกว่งแขนถีบขาเมื่อถูกกระตุ้นหรือรู้สึกตื่นเต้น และอาจจะมีความสุขกับการดูดนิ้วหรือนิ้วหัวแม่มือด้วย

การให้นมทารก >> ปัญหาในการให้นมอาจเป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไปสำหรับทารกวัยนี้ นอกจากนี้ ทารกบางคนอาจร้องโคลิก คือร้องติดต่อกันนานในช่วงเวลาหนึ่ง และมักเกิดขึ้นกับทารกวัย 1 - 4 เดือน คุณแม่ควรวางใจว่าเด็กที่ร้องโคลิกจะไม่มีอาการเจ็บป่วยตามมา ทารกจะสบายเป็นปกติหลังจากหยุดร้องไห้แล้ว เพียงแต่คุณพ่อคุณแม่คงจะเหนื่อยที่ต้องฟังเสียงร้องของลูกน้อยเป็นเวลานานๆ ทุกวัน คุณแม่สามารถลองดูคำแนะนำเกี่ยวกับการปลอบโยนทารกที่ร้องโคลิกจากบทความของดูเม็กซ์เรื่อง การร้องโคลิก เพื่อช่วยให้เข้าใจได้มากขึ้น

ลูกน้อยของคุณเริ่มยกศีรษะขึ้นได้แล้ว >> ร่างกายของทารกวัย 2 เดือน เริ่มยืดตรง หากคุณจับลูกนอนคว่ำ ในไม่ช้าลูกจะสามารถยกศีรษะขึ้นจากเบาะและยกค้างไว้อย่างนั้นสักครู่หนึ่ง

การสื่อสาร >> ถึงแม้ว่าทารกวัย 2 เดือน จะยังพูดเป็นคำๆ ไม่ได้ แต่ลูกก็เริ่มเรียนรู้วิธีที่จะสื่อสารแล้ว  เสียงของแม่มักจะเป็นเสียงที่ลูกชอบฟังมากที่สุด และเมื่อลูกน้อยได้ยินเสียงคุณ เขาก็มักจะหันหาและส่งเสียงตอบทันที

ค้นพบมือของตัวเอง >> เมื่อปฏิกิริยาสะท้อนกลับของทารกในการกำวัตถุที่อยู่ในมือโดยอัตโนมัติเริ่มลดลง ลูกจะเริ่มสนใจกับมือ 2 ข้างของตัวเองที่แกเพิ่งค้นพบ และจะใช้มือทั้งสอง (รวมทั้งปาก) ในการสำรวจสิ่งของแปลกใหม่รอบๆ ตัว

คุณรู้หรือไม่ ??
 ลูกน้อยของคุณจะพัฒนาร่างกายตั้งแต่ศีรษะจนถึงปลายเท้า โดยอันดับแรกลูกจะฝึกกล้ามเนื้อคอ ให้สามารถยกศีรษะขึ้นจากเบาะตามด้วยไหล่ทั้งสองข้าง หน้าอก และหลังส่วนล่างและจะพัฒนาขาทั้งสองข้างเป็นอันดับสุดท้าย

01 กันยายน 2556

พัฒนาการเด็กทารกแรกเกิด


ช่วงเวลาที่ทั้งคุณและลูกจะได้เริ่มต้นเรียนรู้ซึ่งกันและกันเกิดขึ้นหลังจากที่คุณแม่พาลูกน้อยกลับมาที่บ้าน โดยคุณแม่ต้องเรียนรู้และเข้าใจถึงความต้องการของลูก ขณะที่ลูกก็ต้องปรับตัวให้คุ้นเคยกับบ้านหลังใหม่ ในเวลานี้ลูกจะสามารถมองเห็นหน้าคุณแม่ได้แล้วแม้ว่าจะยังไม่ชัดเจนนักและยังเข้าใจถึงสัมผัสแห่งรักเมื่อคุณกอดเขาอีกด้วย นอกจากนี้ เขายังเข้าใจว่าเมื่อส่งเสียงร้องไห้ แม่ก็จะมาหาและให้การตอบสนอง นั่นหมายความว่าความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกได้ก่อตัวขึ้นเรียบร้อยแล้วค่ะ
โดย จรัญญา-พยาบาลวิชาชีพ


พัฒนาการของลูกน้อย

2 – 3 สัปดาห์แรก :: ก่อนหน้านี้ ลูกน้อยแรกเกิดของคุณเคยขดตัวอย่างสุขสบายอยู่ในมดลูกอันอบอุ่นและเงียบสงบมานานหลายเดือน จึงไม่น่าแปลกใจที่ในช่วงสัปดาห์แรกเป็นเวลาที่ลูกต้องปรับตัวและทำความคุ้นเคยกับโลกใหม่นี้

ปฏิกิริยาสะท้อนกลับตามธรรมชาติ :: ทารกของคุณเกิดมาพร้อมกับปฏิกิริยาสะท้อนกลับตามธรรมชาติซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นก่อนที่ทารกจะมองเห็นได้ดีขึ้นและกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น ลูกน้อยจะกำมือแน่นใส่อะไรเข้าไปในมือและจะหันไปหาทันทีเมื่อมีอะไรมาเขี่ยที่แก้ม รวมทั้งจะดูดของนุ่มๆ ที่แหย่เข้าไปในปากของแกด้วย

การสื่อสาร :: คงไม่น่าแปลกใจหากคุณแม่ได้ทราบว่าวิธีการสื่อสารหลักของลูกน้อยในช่วงนี้ก็คือ การร้องไห้ ยิ่งคุณตอบสนองลูกเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกว่ามีคนรับฟังและใส่ใจดูแล จึงทำให้ทารกเกิดความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น แล้วหลังจากนี้ไม่นานคุณเองก็จะเรียนรู้ว่า ลูกร้องไห้เพราะอะไร

การมองเห็น :: ทารกแรกเกิดยังมองเห็นได้ไม่ชัดนัก โดยสามารถมองเห็นได้ในระยะ 8-10 นิ้ว หรือช่วงห่างระหว่างสายตาลูกกับใบหน้าแม่เมื่อแม่ให้นมลูกหรืออุ้มลูกไว้ในอ้อมกอด และต้องใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือน สายตาของทารกจึงจะได้รับการพัฒนาเต็มที่ให้สามารถมองเห็นความลึกของวัตถุและเห็นสีสันต่างๆ ได้

การนวดสัมผัสทารกแรกเกิด :: การนวดสัมผัสเป็นวิธีที่ดีมากในการช่วยให้ลูกน้อยแรกเกิดของคุณผ่อนคลาย อีกทั้งยังเป็นการสร้างสัมพันธ์ทางใจระหว่างคุณกับลูก ทารกแทบทุกคนล้วนต้องการการดูแลเอาใจใส่ อย่ากังวลใจว่าคุณนวดสัมผัสลูกได้อย่างถูกต้องหรือไม่ ควรเชื่อในสัญชาตญาณของความเป็นแม่ เริ่มต้นด้วยการนวดเบาๆอย่างอ่อนโยนและลูกจะแสดงอาการให้คุณทราบทันทีเมื่อรู้สึกไม่สบายตัว ส่วนใหญ่ลูกมักจะผลอยหลับไประหว่างการนวดหรือทันทีที่นวดเสร็จแล้ว จึงเหมาะสมที่จะนวดสัมผัสให้ลูกก่อนเวลานอนหรือหลังอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ หากคุณแม่ใช้น้ำมันทาตัวลูกก่อนนวด อย่าลืมว่าลูกอาจเผลอดูดกลืนน้ำมันนั้นเข้าไปได้ ดังนั้นจึงควรใช้แต่น้ำมันบริสุทธิ์ตามธรรมชาติ เช่น น้ำมันดอกทานตะวันหรือน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ ซึ่งปลอดภัยและอ่อนโยนสำหรับผิวทารกและที่สำคัญ เป็นน้ำมันที่ใช้รับประทานได้


เด็กอ่อนวัย 1 เดือน


เมื่อลูกน้อยอายุ 1 เดือน คุณแม่จะสามารถมองเห็นความแตกต่างทางร่างกายของเขาได้ชัดเจนขึ้นนั่นก็คือ ลูกโตขึ้นและแข็งแรงขึ้นมาก เขาสามารถมองเห็นหน้าคุณได้ชัดและอาจจะตอบสนองต่อเสียงต่างๆ เช่น เสียงกระดิ่งกรุ๋งกริ๋ง เมื่อถึงเวลานี้คุณแม่มือใหม่ส่วนใหญ่มักมีคำถามมากมายเกี่ยวกับลูกน้อย เช่น จะทราบได้อย่างไรว่าลูกดูดนมอิ่มแล้ว ลูกนอนน้อยเกินไปหรือเปล่า ลูกร้องไห้บ่อยเกินไปไหม แต่ไม่ว่าคุณแม่จะมีคำถามเรื่องไหน ดูเม็กซ์แคร์ไลน์พร้อมให้ความช่วยเหลือเสมอค่ะ
โดย จรัญญา-พยาบาลวิชาชีพ

จากแรกเกิดถึงวัยทารก >> ตอนนี้ ลูกของคุณโตขึ้นและไม่ดูเหมือนทารกแรกเกิดแล้วถึงแม้ว่าขาทั้ง 2 ข้างจะยังโก่งอยู่บ้างเล็กน้อยก็ตาม ช่วงวัยนี้ ลูกอาจจะสามารถยกศีรษะขึ้นจากเบาะได้ช่วงสั้นๆ เวลาที่คุณจับแกนอนคว่ำ มือ 2 ข้างของลูกยังคงกำแน่นและเขาจะกำมืออัตโนมัติเมื่อคุณสอดอะไรไปในมือ การตอบสนองอัตโนมัตินี้เป็นปฏิกิริยาสะท้อนกลับโดยธรรมชาติที่ทารกทุกคนมีมาแต่เกิด


การให้นมทารก >> เมื่ออายุได้ราว 6 สัปดาห์ ทารกส่วนใหญ่จะเข้าสู่ช่วงโตเร็ว นั่นคือ ลูกน้อยจะหิวบ่อยขึ้นกว่าที่เคยเป็นมาและเป็นเช่นนี้สัก 2-3 วัน ตารางการให้นมที่คุณแม่เคยวางไว้จึงไม่สามารถใช้ได้ในช่วงนี้ แต่คุณแม่อย่าเพิ่งตกใจ เพียงแต่ควรเพิ่มความถี่ในการให้นมลูกเท่านั้นพอ และหลังจากนี้เพียงไม่กี่วัน คุณแม่ก็สามารถกลับมาให้นมตามตารางเวลาเดิมได้อีกครั้ง


การสื่อสาร >> ลูกน้อยยังคงสื่อสารกับคุณด้วยเสียงร้องไห้ แม้ว่าลูกจะสามารถเล่นเสียงต่างๆ ได้บ้างแล้ว เช่น ทำเสียงในลำคอ คำราม และส่งเสียงฮัมเบาๆ เมื่อรู้สึกสบายและพึงพอใจ


การมองเห็น >> ทารกวัยหนึ่งเดือนสามารถมองเห็นได้ดีขึ้นและไกลขึ้น แม้ว่าจะยังมีขอบเขตจำกัดก็ตาม ในเวลานี้ลูกจะสนใจมองของ2 อย่างเป็นพิเศษคือ ใบหน้าของผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้าของแม่ และอะไรก็ตามที่เคลื่อนไหวได้


คุณรู้หรือไม่ ?? 
...เมื่อลูกน้อยยิ้ม บางครั้งลูกอาจตั้งใจจะยิ้มให้คุณจริงๆ คุณจะทราบได้ว่าลูกยิ้มอย่างมีความหมายเมื่อเขายิ้มทั้งใบหน้าและนัยน์ตาเพื่อสื่อให้คุณรู้ว่าเขากำลังพอใจและมีความสุข ลูกจะยิ้มอย่างมีความหมายเมื่อพร้อม แต่คุณสามารถกระตุ้นให้ลูกน้อยยิ้มได้ด้วยการกอด จั๊กจี๋ หรือเล่นกับเขาลูกน้อยชอบอยู่ใกล้ชิดกับคุณ ดังนั้น คุณแม่อาจเล่นกับลูกด้วยการขยับแขนขาของลูกเบาๆ และใช้การนวดสัมผัสที่คุณแม่เคยทำมาแล้วในช่วง 2 – 3 สัปดาห์แรกหลังจากทารกเกิด การโอบกอดลูกในระหว่างให้นมหรืออุ้มกล่อมลูกจะทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่นเพราะได้รับความรัก และช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกให้แนบแน่นยิ่งขึ้น