09 พฤศจิกายน 2556

พัฒนาการเด็ก อายุ 1ปี 4-6เดือน

โดย พญ.จันท์ฑิตา พฤกษานานนท์

เกมที่ลูกชอบ >>
ลูกจะเริ่มขีดเขียน (แบบไก่เขี่ย), อยากเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของบ้าน ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ลูกมักจะขอมีส่วนด้วยเสมอ, เอานิ้วชี้มา “จุ๊...จู๊” ที่ปากได้, ชอบเล่นจ๊ะเอ๋, ชอบต่อบล็อก, ชอบเล่นเกมส์ ทายส่วนต่างๆของร่างกาย เช่น “จมูกอยู่ไหน?” , ลูกจะเริ่มให้ความร่วมมือ กับการแต่งตัวให้เขามากขึ้น, จะชอบปีนขึ้นและลงกระได (ปีนได้ทั้งวัน) แต่ยังไม่สามารถทำได้ดีนัก ยังต้องระวังตกกระได เนื่องจากเขายังไม่รู้จักการควบคุมการทรงตัว อย่างผู้ใหญ่ได้ดีนัก (กำลังเรียนรู้วิธีอยู่นั่นเอง)
   
อยากทำเองแต่ยังทำไม่เป็น...ทำไม่ได้ >>
ลูกกำลังฝึกฝนตนเองหลายอย่าง ว่าจะปีนกระได เดินเร็วๆ (หรือวิ่ง) แต่เนื่องจากยังไม่มีทักษะมากพอ ก็มักจะล้ม หรือทำไม่ได้ดังใจ ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด เมื่อทำไม่ได้ คุณสามารถช่วยให้เขาได้ฝึกทักษะเหล่านี้บ่อยๆ ก็จะทำให้เขามีความมั่นใจ และทำได้ ก่อนที่จะเริ่มขั้นตอนการพัฒนาการด้านอื่นๆ ที่ซับซ้อนมากขึ้นต่อไปตามเกณฑ์ของอายุ

อาละวาด... ลงไปดิ้น(Temper tantrum) >>
บางครั้งลูกจะมีอารมณ์ต่างๆ ประดังเข้ามามาก ทำให้เขาซึ่งยังไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้อย่างผู้ใหญ่ รู้สึกว่าจะต้องแสดงออก ซึ่งก็จะเป็นในรูปแบบที่พบบ่อย คือ “ อาละวาด....ลงไปดิ้น..” ซึ่งเป็นวิธีหนึ่ง ที่ลูกใช้ เพื่อปลดปล่อยอารมณ์แรง ที่มีในตัวเขาออกมา ถ้าคุณพ่อคุณแม่เข้าใจ และรู้วิธีดูแลเขา ก็จะทำให้เขาสงบลง และกลับเป็น “เด็กดี” เหมือนเดิมได้ในเวลาไม่นาน อย่าลืมว่า วิธีการอาละวาด และลงไปดิ้นกับพื้นนั้น เป็นวิธีหนึ่งที่ลูกค้นพบ และใช้เป็นทางระบายออกของอารมณ์ของเขา คุณไม่ควรจะโมโห หรือ ไปตี ทำโทษเขาที่ทำเช่นนั้น แต่ควรควบคุมอารมณ์ของเราให้นิ่งก่อน และอยู่ข้างๆ (ห่างไปไม่ไกล) และคอยให้เขาสงบลงเอง ก่อนเข้าไปปลอบ

อ่านหนังสือกับลูก >>
ถ้าคุณฝึกอ่านหนังสือกับลูกมาแล้ว ตั้งแต่ตอนที่ลูกยังเล็ก ก็ขอให้ทำต่อไป (สำหรับคนที่ยังไม่ได้เริ่ม ก็ควรเริ่ม ทำการอ่านหนังสือกับลูกด้วย) , ลูกยังอยากเรียนรู้อีกมาก และเด็กเองจะชอบที่มีคุณอยู่ใกล้ ควรให้ลูกเลือกหนังสือที่จะอ่านเอง และอ่านไปกับเขา แม้ว่าคุณจะพบว่า อ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก เป็นครั้งที่ร้อยแล้วก็ตาม คุณสามารถช่วยลูกให้เรียนรู้สิ่งอื่นๆในหนังสือได้ เช่น การพูดถึงสัตว์ต่างๆ ที่มีในเรื่อง หรือของอื่นที่มีอยู่ในภาพ และสอนให้ลูกเรียก “สี” ต่างๆ ของเสื้อผ้าที่ตัวเอกของเรื่องใช้ ฯลฯ

พัฒนาการที่ควรทำได้ >>
เด็กวัยนี้จะพูดคำศัพท์ต่างๆได้ดีมากขึ้น และเริ่มรวมคำเป็นประโยคง่ายๆ เช่น “ไม่ไป”, “ไปเที่ยว”, “นกบิน”, ลูกจะเริ่มถอดเสื้อผ้าออกเองได้ และเล่นตุ๊กตา (ทำท่าป้อนนมตุ๊กตาฯลฯ) และในบางราย จะเริ่มลองแปรงฟันเอง (ทำตามคุณพ่อคุณแม่) แต่คุณยังต้องช่วยเขา

เริ่มรู้จักแยกแยะของต่างๆ >>
ลูกจะเริ่มรู้จักว่าของต่างๆ กันมีรูปทรง และขนาดแตกต่างกัน พอจะรู้ถึงความแตกต่างของสี (ถึงแม้จะยังเรียกชื่อสีต่างๆไม่ได้) และลักษณะของสิ่งต่างๆ เด็กจะชอบเล่นเอาของเข้าออกในตะกร้าของเล่น และจะพบว่า เขาจะเริ่มจัดกลุ่มของของที่เขาเล่นอยู่ ออกเป็นเกณฑ์ต่างๆ เช่น ของสีเดียวกัน หรือ รูปทรงยาวเหมือนกัน อยู่เป็นกลุ่มเดียวกัน



เริ่มฝึกมารยาท >> 
เด็กจะเริ่มมีพฤติกรรมต่างๆ ตามใจตนเอง ซึ่งเขาก็จะโตพอ ที่จะรับรู้การปฏิบัติตนกับคนอื่นๆ บ้าง ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ ก็จะสามารถเริ่มการฝึกเรื่องมรรยาท การปฏิบัติตัว เมื่อจะทำอะไร หรือเมื่ออยู่กับคนอื่นๆได้บ้าง เช่น การพูดว่า “ขอบคุณ ค่ะ/ครับ” , การพูดที่สุภาพ มีน้ำเสียงน่าฟัง , การยกมือไหว้ทักทายผู้ใหญ่ ฯลฯ ซึ่งเด็กจะอยากทำตามเรา ถ้าเราทำเป็นนิสัย และบอกให้ลูกทำตามด้วย ก็จะเป็นการปลูกฝังมรรยาทที่ดี ให้แก่เขาไปตลอด และเป็นการแสดงความเคารพผู้ใหญ่และคนอื่นๆ ที่ดี

เริ่มจู้จี้....กินข้าวยาก.... >>
คุณพ่อคุณแม่ทุกคนที่มีลูกในวัยนี้ จะรู้ว่าการพยายามป้อนข้าวให้ลูกวัยนี้ นั้นยากเพียงไร ลูกจะยังไม่มีคอนเซปต์ว่า ต้องทานอาหารเป็นมื้อ หรือต้องทานให้หมดจาน อย่างที่คุณต้องการ เด็กเองมีสิ่งยั่วยวนใจหลายอย่างอยู่ตรงหน้า ที่จะทำให้เขาลืมเรื่องการทานอาหารได้ เช่น ทีวีที่กำลังตื่นเต้น หรือ เด็กคนอื่นๆที่กำลังวิ่งเล่นกันอยู่ บางช่วงจะดูเหมือนเขาเบื่ออาหาร คุณพ่อคุณแม่หลายคนจะพยายามสรรหาอาหารนานาชนิด เลือกเอาแบบที่มีสารอาหารครบถ้วนที่สุดมาให้ และเปลี่ยนเมนูเป็นว่าเล่นทุกวัน แต่การทำดังนั้น จะไม่ได้ช่วยให้ลูกทานได้มากขึ้น เลยทำให้คุณแม่บางคนเครียดจัด จนทำให้เวลาทานอาหารของลูก เหมือนการเข้าสู่สงครามเอาชนะกัน  ที่จริงแล้วเด็กวัยนี้เขาจะหิว และทานเองตามที่เขาต้องการ ซึ่งอาหารที่ชอบอาจจะเป็น ของที่หยิบจับเข้าปากเองได้ (finger food) เช่น แซนวิชชิ้นเล็กๆ, ข้าวปั้นเป็นก้อน, ขนมปัง ฯลฯ และไม่ควรจะบังคับให้ลูกต้องทานอาหารให้ครบห้าหมู่ในแต่ละมื้อ หรือแต่ละวัน คุณควรจะคอยดูแลจัดอาหารที่มีประโยชน์เหล่านี้ หมุนเวียนสลับไปบ้างในแต่ละอาทิตย์ โดยใช้อาหารธรรมดาที่เขาคุ้นเคยไม่กี่อย่างจะดีกว่า (ดูในเรื่องโภชนาการของเด็กวัยนี้)

การพัฒนาการในวัยนี้ >>     
คราวนี้ลูกเดินได้คล่องดีแล้ว เริ่มปีนป่ายกระไดได้สูงขึ้น และชอบปีนเตียง ปีนเก้าอี้ไปทั่ว ลองให้เตะบอล ก็จะพอทำท่าเตะได้ แต่ยังเตะไม่เป็น เมื่อคุณเปิดเพลงให้เขาฟัง เขาจะชอบทำท่าเต้น และของโปรดคือ การหมุนปุ่มต่างๆ ของหน้าปัด ทีวี, วิทยุ ฯลฯ เท่าที่เขาจะหมุนได้ โดยเฉพาะบรรดาปุ่มที่พอหมุนแล้ว จะมีเสียงหรือภาพเปลี่ยนไปให้เห็น คือว่าเขากำลังลองของดูว่า ถ้าหมุนปุ่มนี้ จะเกิดอะไรขึ้น ปุ่มนั้นจะเกิดอะไรขึ้น และจะพยายามลองทำอีกบ่อยๆ คุณพ่อคุณแม่ที่รู้ใจ ก็อาจจะยอมให้เขาได้ลองปิดเปิดสวิทช์ (อันที่ปลอดภัย) หรือหมุนปุ่มปรับเสียง (รีโมตคอนโทรก็ได้) ของวิทยุ ทีวี ดูบ้าง หรือซื้อของเล่นที่มีปุ่มต่างๆให้ลองกดเล่น แล้วมีเสียง หรือแสงไฟ และตุ๊กตาโผล่ออกมาทักทาย ลูกก็จะง่วนเล่นของชิ้นนั้นได้อีกนาน
   
การฝึกการขับถ่าย (Toilet training) >>
ก่อนที่ลูกจะบอกว่า เขาอยากจะอึ หรือฉี่ได้ เขาจะต้องเรียนรู้ ถึงความรู้สึกในตัวเขาที่เกิดขึ้น เวลาที่ร่างกายต้องการขับถ่าย เช่น รู้จักปวดฉี่, ปวดอึ และรู้จักการหัดควบคุมการฉี่ หรืออึได้บ้าง แม้จะได้ไม่นาน ซึ่งเด็กต้องมีอายุ ประมาณ 18 เดือนขึ้นไป ที่จะพอจะรับรู้ถึงความรู้สึกเหล่านี้และเริ่มสามารถควบคุมได้บ้าง  ซึ่งการที่คุณพ่อคุณแม่ จะเริ่มฝึกการขับถ่ายให้เขาได้นั้น คงจะต้องคอยสังเกตดูว่า เขานั้นมีความพร้อมในการฝึกเรื่องนี้บ้างหรือยัง (ดูในบท ฝึกการขับถ่าย)

พัฒนาการด้านความจำ และความคิด, จินตนาการ >>
จากช่วงอายุ 18 เดือนถึง 2 ขวบ ลูกจะเริ่มพัฒนาคอนเซปต์ของการมีอยู่ หรือหายไปของคนและสิ่งของที่เขาคุ้นเคย จะเริ่มจำได้ และรู้ว่าของที่เขาเคยเห็น แม้ว่าจะไม่เห็นอยู่ต่อหน้าเขาในตอนนี้ ก็จะยังอยู่ และเขาจะพยายามหาของ (หรือคน เช่น คุณแม่) ได้ ถ้าคุณเอาของให้เขาดู แล้วทำการซ่อนของไว้ใต้ผ้าคลุม โดยทำให้เขาเห็นอยู่ต่อหน้า เขาจะรู้ว่าของนั้นอยู่ใต้ผ้า และจะรีบเอามือหยิบผ้าออก เพื่อให้เห็นของได้อีก ทำให้เขาตื่นเต้นที่ได้เจอของชิ้นนั้น และเช่นกัน ถ้าคุณแอบเอาของที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้าไปซ่อน โดยไม่ให้เขาเห็น พอเขาเปิดผ้าดูแล้วไม่เจอของนั้น เขาจะทำท่าค้นหาของนั้น จนเจอได้ (ถ้าคุณซ่อนมันอย่างง่ายๆให้เขาลอง “ค้นหา” ดู)

เริ่มติดผ้าห่ม หรือตุ๊กตาประจำตัว และชอบทำอะไรซ้ำๆ >>
สำหรับเด็กวัยนี้ การได้กอดตุ๊กตา หรือผ้าห่มประจำตัวไว้แนบกาย จะเป็นเรื่องปกติ เพราะเด็กใช้มันเป็นเครื่องผ่อนคลายความวิตกกังวล และทำให้เขาสงบลงได้ บางคนอาจมีนิสัยทำอะไรซ้ำๆ เช่น เอานิ้วปั่นผม (ผมตัวเองมั่ง, ผมคุณแม่มั่ง) ก่อนที่จะนอนหลับไปได้ บางรายจะดูดนิ้ว หรือ โยกศีรษะ, โยกตัว (rocking) ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ มักจะหายไปได้เอง เมื่อลูกอายุได้ประมาณ 4 ขวบ คุณพ่อคุณแม่จึงไม่ควรจะไปกังวล และคอยบังคับเขาไม่ให้ทำในตอนนี้

การฝึกวินัยและการเลี้ยงดู (Discipline) >>
คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มสอนลูกให้รู้จัก “ถูก-ผิด” และ “ควร-ไม่ควร” ด้วย โดยการทำตนเป็นตัวอย่าง และแสดงออกถึง ความสุภาพ, ความเคารพ, และความเอื้อเฟื้อ ต่อผู้อื่น, ไม่ควรใช้ความรุนแรง เช่นการตี หรือการดุด่าว่าเด็ก เป็นการสอนเด็ก เพราะความรุนแรงที่ผู้ใหญ่ทำต่อเด็ก ไม่ได้ช่วยทำให้อะไรดีขึ้น นอกจากนั้นยังทำให้ทุกอย่างแย่ลง เด็กจะยิ่งต่อต้านมากขึ้น และจะเรียนรู้ว่า การใช้กำลัง นั้นเป็นเรื่องธรรมดา และเขาสามารถใช้กำลังกับคนอื่นๆได้ เพื่อให้ได้อย่างที่เขาต้องการ เพราะเขาเองเติบโตมาในสภาวะเช่นนั้น ซึ่งจะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต

วัคซีนป้องกันโรค >>
มีวัคซีน คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก และโปลิโอ ครั้งที่ 4 ที่ควรทำเมื่ออายุ 18 เดือน ในรายที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรค ฮิบ ร่วมกับวัคซีนนี้ ในตอนอายุ 2, 4, 6 เดือนมาก่อน ก็อาจจะให้วัคซีนป้องกันโรคฮิบ ร่วมด้วยใน เข็มที่ 4 นี้ก็ได้ (โปรดปรึกษาแพทย์ของท่านในเรื่องนี้เวลาพาลูกไปตรวจสุขภาพ อายุ 18 เดือน, ดูในบทวัคซีน)

พัฒนาการของเด็กวัย 1 ปี 4-6 เดือน
  • เดินได้คล่อง
  • รู้จักขอ และทำตามคำสั่งง่ายๆ ได้

วิธีการที่พ่อแม่สามารถส่งเสริมให้ลูกมีพัฒนาการตามวัย
  • ให้โอกาสเด็ก เดิน วิ่ง และหยิบจับสิ่งของโดยระมัดระวังความปลอดภัย
  • ร้องเพลง คุยกับเด็กเกี่ยวกับสิ่งรอบตัว เล่นเกมส์ง่ายๆ
  • จัดหา และทำของเล่นที่มีสี และรูปทรงต่างๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น